Nuin's profile.:@ Princess Diary ~*3^...PhotosBlogLists Tools Help

Nuin Nuin

There are no categories in use.
No list items have been added yet.
There are no photo albums.

.:@ Princess Diary ~*3^)

02 July

เรารักกัน หรือแค่ผูกพัน

 
 
เจอบทความ ในเน็ต เลยอยากเอามาลง  ไม่ได้บอกว่าที่คนเขียน เขียนถูก เพียงแค่เป็นความคิดอีกด้านนึงเท่านั้นเอง
 
  
...สำหรับคู่รักที่คบกันมานานพอสมควรแล้ว ก็มักจะพุดคำถามขึ้นในใจ...
 
เรารักกันหรือแค่ผูกพันธ์...
และบางคนก็สงสัยว่า ระหว่างความผูกพันธ์ กับ ความรัก อะไรที่ยั่งยืนกว่ากัน
เราเองก็สงสัยเหมือนกัน..

ไม่มีใครหรอกที่จะสามารถตัดสินได้ว่าอะไรคือตัวที่สำคัญต่อกัน
ก็ในเมื่อคำตอบ...มันอยู่ที่ตัวของคุณ
 
ไม่ใช่เขาหรอก...ไม่ใช่คนรักของคุณ เขาเป็นเพียงคำใบ้ที่จะนำคำตอบมาให้คุณง่ายขึ้นเท่านั้น
แต่คนที่รู้คำตอบดี ก็คือคุณ
 
มันจะไม่ยากเลย หากคุณรู้คำตอบและยอมรับมัน ถ้าคุณเป็นคนเข้มแข็งพอ
หากแต่ใครที่รู้ตัวว่าอ่อนแอ แพ้ใจตัวเองเรื่อยไป
"คุณก็ต้องทำตามเสียงของหัวใจ ไม่ใช่คำตอบจากสมอง"
 
คู่สมรสที่แต่งงานกันมาหลายปี ความรักก็อาจจะจืดจางและกลายเป็นความผูกพันธ์
ที่ทำให้เขายังอยู่ด้วยกัน บางความคิดจึงได้ว่าความผูกพันธ์นั้นยั่งยืนกว่า...
 
แต่สำหรับบางคน การมีตัวตนอยู่ของใครอีกคนที่"ไร้หัวใจ" มีเพียงความผูกพันธ์อันเลื่อนลอย
กับความคิดที่เสียได้วันเวลาเก่าๆ... ก็มันเก่าไปแล้ว มันไม่ใช่ปัจจุบันหรืออนาคต
หากการอยู่ร่วมกันไร้ซึ่งความรัก กาลเวลากัดกินความรู้สึกนั้นให้ต่อยๆหายไป
แล้วมันจะต่างอะไร.. กับการที่เรากำลังพยายามอุ้มตุ๊กตาหมีตัวยักษ์เมื่อครั้งวัยเยาว์
 
ก็บอกแล้วไง คำตอบมันอยู่ที่ตัวคุณเอง จะมีใครที่รู้จัก"มัน"ได้ดีเท่าคุณ...
อยู่ที่ว่า คุณจะยอมรับคำตอบนั้นรึเปล่าก็เท่านั้น
 
คุณลองสักเกตหัวใจคุณดูซิ ว่านานแค่ไหนแล้วที่คุณเจอเขาแล้วใจเต้น
แล้วลองถามเขาดูซิ "คุณตื่นเต้นรึเปล่า" หากเจอกันมันมีคำว่าเบื่อ หรือ.....(ไม่มีอะไรเลยในใจ)

คุณคิดว่าคุณกำลังเดินร่วมทางไปกันใครกันล่ะ? คนรัก หรือคนที่"เคย"รัก
อย่ามัวแต่นับวันคืนเก่าๆที่ยิ่งทำให้เราไม่กล้าที่จะก้าว
ถ้าการอยู่...มันไม่ใช่รูปแบบที่ใจต้องการ บางครั้งแค่เพียงความผูกพันธ์ก็อาจไม่พอ
 
ผูกพันธ์ด้วยใจ
รักด้วยสมอง
 
หากมีสองสิ่งนี้ บางทีอาจทำให้คำถามที่ว่า เรารักกัน หรือแค่ผูกพันธ์? อาจเป็นเพียงคำพูดโรแม้นก็เป็นได้
 
 
 

อุทกภัยในดวงตา (ช่วงเวลาเหล่านั้นย้อนกลับมาอีกครั้ง)

กลับมาอัพบล๊อกอีกครั้งหลังจากทิ้งช่วงไปนานมากกกกอีกแล้ว เพราะไม่รู้จะเขียนอะไรกับขึ้เกียจอีกเช่นเคย บล๊อกที่ multiply จึงเป็นบล๊อกกลุ่มจะได้ไม่โดนทิ้งร้าง
ตอนนี้มาอัพบล๊อกเพราะมีเรื่องที่คิดว่าอยากจะระบายออกมา เป็นคำพูดอาจจะสื่อได้ไม่ดีเท่ากับการเขียน ไม่รู้จะมีใครอ่านรึเปล่าแต่ก็ไม่เป็นไร ใครที่อ่านก็ช่วยเป็นส้วมให้ทีนะ เหอๆๆ
 
ใช้ Background เป็นรูป Juliet คนที่เคยเข้ามาในบล๊อกก่อนนี้คงจะร้องอ๋อกับรูป display ที่ใช้ ว่ามาจากหนังเรื่องนี้นี่เอง จริงๆเป็นแค่ความชอบส่วนตัว Claire Dense แสนน่ารักและเพราะหนังเรื่องนี้ทำให้ตกหลุมรัก Leonardo Dicaprio เข้าอย่างจัง ชอบสุดๆ คิดถึงภาพเด็กอายุ ประมาณ 12-13 ไปดูหนังเรื่องนี้ในโรงถึง2รอบ เพราะว่าชอบมาก และซื้อวีดีโอ กับแม๊กกาซีนเก็บอีกตะหาก คลั่งสุดๆ แต่ตอนนี้กลายเป็นคุณลุงอ้วนๆไปซะแล้ว แต่ก็ยังชอบอยู่นะ
 
 Juliet หญิงสาวแสนเพรียบพร้อม แต่อาภัพรัก  เนื่องจากมีอุปสรรคจากคนรอบข้าง ทำให้2คนต้องตัดสินใจปลิดชีวิตของตัวเองเพื่อความรัก  ในมุมมองของแต่ละคน บางคนอาจเห็นว่าเป็นเรื่องราวความรักโรแมนติกที่สุดแสนประทับใจ  บางคนอาจเห็นว่าเรื่องโศกนาฏกรรมความรักที่น่าเศร้าเป็นรักรันทด สำหรับเราแล้วก็คิดว่าเป็นทั้ง2อย่างนั่นแหละ ถ้าให้คิดถึงเรื่อง Romeo&Juliet ก็ต้องนึกถึงเรื่องเศร้าก่อนเป็นอันดับแรก แต่ถ้ามองอีกมุม ก็คือ Juliet ก็โชคดีได้เจอกับคนที่รักและเค้าก็รักเธอ อย่างน้อย Remeo ก็รัก Juliet หล่ะหน่าไม่เห็นจะน่าเศร้าเลย
บางคนคงไม่เข้าใจว่าทำไมต้องพูดถึงแต่Juliet ไม่พูดถึง Romeo บ้าง ก็เพราะว่าเราเป็นผู้หญิงไง(เผื่อบางคนไม่รู้) แค่นี้แหละ ลำเอียงมะๆ อิอิ
 
ตอนนี้รู้สึกว่าJuliet กลายเป็นคนโชคดีไปแล้วเพราะปัญหาของ Juliet ไม่ได้เกิดมาจากความรู้สึกของ Romeo ...
 
อุทกภัยในดวงตา  ช่วงเวลาแบบนี้เคยเจอมาแล้วครั้งนึง แต่ความรู้สึกเศร้าที่มีเป็นคนละแบบอธิบายไม่ถูก จะบอกว่าครั้งไหนมากกว่ากันคงตอบไม่ได้  ถึงแม้ครั้งนี้จะเตรียมใจไว้แล้วแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความเศร้าลดน้อยลงไปเลย
บางทีเราอาจทุกข์ใจที่ไม่สมหวัง  ไม่อยากจะเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น  ทรมานจนอยากจะให้มันผ่านไปซะที  แต่ว่าก็ไม่เคยเสียใจ ที่ได้รักคนคนนั้น และก็ได้เรียนรู้ว่าช่วงเวลาที่เราได้รักใครซักคนนั้นมันไม่เคยสูญปล่าว
ตอนนี้พยายามเข้มแข็งและปลอบใจตัวเอง แต่ยังทำไม่สำเร็จ คงรู้สึกเหมือนหลายๆคนที่เคยเป็นหรือเป็นอยู่  อยากอยู่คนเดียวจังอยากไปไหนไกลๆๆๆ อยากจะหนีไป ไม่อยากจะทำอะไรทั้งนั้น เวลาฟังเพลงรักจะเพราะกว่าเคย ดูหนังรักจะเศร้าเป็นพิเศษ
 
ช่วงนี้มีเพลงที่รู้สึกว่าโดนเยอะมาก เพลงที่ไม่เคยจะรู้สึกว่าเพราะหรือเศร้า ตอนนี้กลับฟังแล้วน้ำตาไหล    หนังที่คิดว่าถ้าปกติคงจะไม่ได้ซึ้งอะไร แต่ตอนนี้ดูแล้วเอากลับมาร้องไห้ได้อีกถ้าคิดถึงขึ้นมา
 
มีเพื่อนคนนึงอารมประมาณเดียวกัน เอาเนื้อเพลงมาโพสในบล๊อก เลยคิดว่าทำบ้างดีกว่า
 
 
เราไม่เคยจะรักกัน  มีแต่วันที่อ่อนไหว ผ่านเลยไปและไม่เคยจะกลับมา
มีแต่ความประทับใจ ที่ยังคงแน่นหนา มีแต่ฝนมีแต่ฟ้าที่เข้าใจ
ใต้ต้นไม้ที่ไม่มีร่มเงา กิ่งก้านมันไม่ได้สูงซักเท่าไหร่
แต่รากลึกลงในดิน หยั่งลึกลงในใจ
มีความหมายที่มากมายตลอดมา
 
---------------------------------------------------------------------
 
เธอเธอใช่ไหม ที่มาทำให้ดอกไม้บาน ระบายความฝันในหัวใจ
เธอเข้ามาหา เข้ามาทำให้ใจฉันวุ่นวาย ให้สุขให้ซึ้งอบอุ่นยังไงไม่รู้ 
แล้วก็คือเธอคนเดียวที่ทำเพื่อฉันมากมาย ไม่เคยมีใครที่ทำให้ฉันอย่างนี้

หลับตาก็เป็นภาพเธอ ตื่นมาก็คิดถึงเธอ ช่วยเติมวาดความฝันต่อไปได้ไหม
อยากเจอเธอทุกวัน อยากมองตาเธอเรื่อยไป อยากขอขอแค่เธอคนเดียวเท่านั้น ตลอดไป
 
แล้วในวันนี้เมื่อเธอนั้นจากไปแสนไกล ในใจก็ซึมเศร้าเหลือเกิน
เธอเธออยู่ไหน อยากให้เธอกลับมาให้เหมือนเดิม ได้แต่คิดถึงได้แต่เฝ้าคอยเหม่อหา
 
---------------------------------------------------------------------

คนรักกัน
ให้โกรธกันอย่างไรก็ยังรักกัน
ความสัมพันธ์
ใช่ว่ามันเกิดขึ้นง่ายดายเมื่อไหร่

ฉันรักเธอ
ต่อให้ใจอยากลืมเธอไปเท่าไหร่
ก็ทำไม่ได้
มันฝืนตัวเองไม่ไหว

จากนี้ ฉันควรจะทำเช่นไร
เมื่อทำยังไง ก็ยังตัดใจไม่ได้

รักยังไงมันก็คือรัก
ฉันเองรู้จักคำนี้ ในวันที่มันสายเกินไป
ยิ่งหนีหัวใจตัวเองแค่ไหน
ยิ่งเราห่างกันซักเท่าไหร่
ได้ยินเสียงหัวใจ
ยิ่งย้ำว่ายังรักเธอ

ใจสองเรา
ปฏิเสธตัวเองว่าไม่รักกัน
นานนับวัน
สิ่งดีๆเกิดขึ้นในใจมากมาย

ฉันรักเธอ
ต่อให้ใจอยากลืมเธอไปเท่าไหร่
ก็ทำไม่ได้
มันฝืนตัวเองไม่ไหว

จากนี้ ฉันควรจะทำเช่นไร
เมื่อทำยังไง ก็ยังตัดใจไม่ได้

รักยังไงมันก็คือรัก
ฉันเองรู้จักคำนี้ ในวันที่มันสายเกินไป
ยิ่งหนีหัวใจตัวเองแค่ไหน
ยิ่งเราห่างกันซักเท่าไหร่
ได้ยินเสียงหัวใจ
ยิ่งย้ำว่ายังรักเธอ
 
------------------------------------------------------------------------
 
 รู้สึกว่าเขียนไม่ค่อยดีเลย  ขอบคุณที่อุตส่าห์ ทนอ่านมาถึงตรงนี้นะคะ
 
20 August

Time Change, People Change

 
หลังจากไม่ได้อัพมาซะนานจนใยแมงมุมขึ้นบล๊อกไปหมดแล้ว เพราะความขี้เกียจ + ไม่มีเวลา + ไม่รู้จะเขียนอะไร คิดว่าจะไม่อัพอีกเลยด้วยซ้ำ แต่วันนี้ได้ไปอ่านบล๊อกของใครต่อใครแล้วเลยคิดว่า อืมจริงๆเราก็มีเรื่องเขียนหลายอย่างนะ ถ้าจะเขียนก็เขียนได้เลยอัพมั่งดีกว่า
 
Time Change, People change but We are not change.
 
คำพูดนี้เคยได้ยินมาจาก series เรื่อง friend ตอนที่ rachel พูดว่า Time change, People change แล้ว joey ก็ พูดต่อ ว่า but We are not change.
ก็ไม่มีไร แค่ชอบคำพูดนี้ "กาลเวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน แต่เราไม่เคยเปลี่ยน" เหมือนกับ Joey อยากจะบอกว่า บางสื่งบางอย่างจะไม่เปลี่ยนแม้ว่าเวลาจะผ่านไปซักแค่ไหนอย่างเช่น มิตรภาพในของเพื่อนๆในเรื่อง friend หรือเรื่องอื่นๆก็แล้วแต่ ก็เป็นอะไรที่น่าประทับใจนะแต่ความเปลี่ยนแปลงก็เป็นเรื่องที่จำเป็นและก็เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน  ขึ้นต้นมาแบบนี้ แค่จะบอกว่าตอนนี้มีหลายอย่างในชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ท่าทางจะไม่ค่อยเข้าซักเท่าไหร่ เหอๆๆ
 
อย่างแรกเลยก็คือ เราต้องเปลี่ยน occupationในบล๊อกนี้ซะแล้ว ไม่ได้เป็น student แล้วหล่ะ โฮะๆๆๆ แต่จะเปลี่ยนเป็นอะไรดีน๊า เปลี่ยนอาชีพไปก็มีทั้งดีและไม่ดี
ที่ดีก็เพราะมีเงินใช้ (เหอๆ เหตุผลแรกเลยนะเนี่ย )แล้วก็ได้เจอคนใหม่ๆ (แต่เก่าๆ+แก่ๆก็มี555)ประสบการณ์ใหม่ๆด้วย พี่ๆที่ทำงานใจดีมาก น่ารักมากทุกคนเลยอ่ะ ประทับใจจริงๆชอบทีสุด แล้วก็มีเพื่อนใหม่เยอะแยะเลยด้วย
ที่ไม่ดีก็คือเดินทางไกลชะมัดเลย แล้วก็ต้องตื่นเช้ามากๆ กลับบ้านดึก อู้ก็ไม่ได้ไม่สบายเหมือนตอนเรียน 55 สรุปว่าขี้เกียจนั่นเอง
 
เปลี่ยนบ้าน ใช่แล้วเรากำลังจะย้ายบ้านแล้วหล่ะ ไปอยู่แถวตลิ่งชันขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ถ้าถึงเวลาตกแต่งก็คงจะยุ่งๆแน่ๆ แต่ว่าคงจะสนุกดีชอบๆ อิอิ
ด้านร่างกายก็เปลี่ยนนะ ก็สวยขึ้น โฮะๆๆๆ รึเปล่า   (ห้ามตอบว่าไม่จริงนะ) จริงๆแล้วอวบขึ้นมาก (ไม่อยากใช้คำว่าอ้ว.. หยาบคาย มีคนที่บริษัท ชอบแซวบ่อยๆ อิอิ) สืบเนื่องมาจากเมื่ออาทิตย์ที่แล้วไปเจอเพื่อนเก่ามาเพื่อนๆ ตกใจกันมาก ว่าทำไมเราอวบขึ้นขนาดนี้ สายตาของคนที่ไม่ได้เจอกันนานมักจะเชื่อถือได้เสมอ เลยรู้สึกเครียดขึ้นมาประกอบกับด้วยสายตาและวิจารณญานของตัวเองที่ประเมินแล้วรับไม่ได้อย่างแรงเลยห็นควรด้วยว่า ต้องจริงจังซะที เพื่อนๆคงจะบอกว่า พูดว่าครั้งที่195แล้วก็ยังเขมือบไม่ยั้งเหมือนเดิม แต่คราวนี้จะตั้งใจจริงๆแล้วนะเพื่อนๆ เราจะผอมให้ดู ฮ่าๆๆๆ ขอเอาชื่อของอาเหล่าม่าเป็นเดิมพัน
 
แล้วก็ด้านจิตใจก็มีหลายอย่างที่เกิดขึ้นมากมายเพราะว่าเกิดจากการเปลี่ยนสถานที่ใหม่ เปลี่ยนสถาณภาพ ได้พบเจอกันคนใหม่ๆ ได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น ทั้งเรื่องการปรับตัวในการทำงาน ปรับตัวกับเพื่อนร่วมงาน และเรื่องอื่นๆที่ไม่เคยได้เจอมาก่อน ทั้งเรืองดีไม่ดี และเพราะจากเรื่องราวเหล่านั้น เลยทำให้เราเติบโตขึ้น  สิ่งต่างๆที่บอกมาคิดว่าคงไม่สามารถยกตัวอย่างเป็นรูปธรรมได้ เพียงได้แต่คิดว่าที่มันเกิดขึ้นเหมือนทดสอบว่าเราจะรับมือกับเรื่องราวต่างๆนั้นยังไง แล้วบางทีสิ่งที่เราเคยคิดเอาไว้ว่าถ้าเกิดขึ้นกับเรา เราจะทำอย่างงี้หรือจะไม่มีวันทำแบบนี้ แต่แล้วพอมันกิดขึ้นจริงทุกอย่างมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดเสมอไป แต่ก็ยังคงพยายามทำในสิ่งที่ทำได้อย่างที่สุดแล้วหล่ะ 
ตอนนี้เข้ามาทำงานได้4เดือนกว่าๆ ก็ไม่นานเท่าไหร่และคิดว่าคงจะได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นอีกมากมาย ทั้งเรื่องการทำงาน และเรื่องของการใช้ชีวิต ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้เป็นเรื่องที่ดีไปซะทุกเรื่องแต่มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เข้มแข็ง และเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เราคงไม่ได้รอคอยที่จะเป็นอย่างวันนั้นแต่คงจะค่อยๆเปลี่ยนไปอย่างช้าๆละมั้ง แต่ถึงแม้อยากจะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นแต่ก็จะเหลือพื้นที่ความเป็นเด็กเอาไว้เหมือนกัน เหมือนอย่างในเพลง โอ้โห เน่าชะมัด อ้วกๆๆๆ
 
วันนี้มาโหมดจริงจังแค่อยากระบายความในใจ และไปอ่านบล๊อกของพี่คนนึงมาเลยกระตุ้นต่อมอยาก โฮะๆๆๆ
 
ถึงแม้จะบอกว่าเปลี่ยนไปหลายอย่าง แต่ก็ยังเป็น นุ่นสุดสวยน่ารักของเพื่อนๆเหมือนเดิมนะจ้ะ
 
PS. ถึง แอน มด วันนั้นที่ไปกินหมูกะทะกันอ่ะ ปกติแล้วก็ไม่ได้คิดถึงเพื่อนเท่าไหร่นะ หรือว่าเราจะไม่รู้สึกตัวนะ แต่พอได้เจอกันแล้วรู้สึกดีมากๆเลยอ่ะ แต่เดี๋ยวก็ได้ไปเที่ยวและ อิอิ วันนี้โหมดซึ้งโฮะๆๆ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
15 February

So Happy valentine's Day

        สุขสันต์วันวาเลนไทน์ครับพี่น้อง ....จุ๊กรู๊    
                                                
                                                                                            
 
                    จริงๆแล้ว เผอิญว่าครองตัวเป็นโสดอยู่เลยไม่ได้ให้ความสำคัญ กับวันนี้เท่าไหร่ ถ้าอ.อุดมไม่พูดขึ้นมาก็ ไม่ได้นึกถึงเลยนะเนี่ย จริงๆแล้ววันนี้สำหรับเราแล้วเป็นวันที่ยุ่งมากๆๆๆๆๆๆๆๆ
ตอนเช้ามี present simulation project เกือบมาไม่ทันแน่ะ แต่จนแล้วจนรอดแล้วก็ทันแบบฉิวเฉียด 
เสร็จแล้ว มี quizDBA ที่ไม่ได้อ่านเลยซักกะตัว เพราะว่าทำ simu และไปshopping โดยใช้ความรู้คนรอบข้างมาสอบ แล้วก็ต้องแก้ senior project ส่ง proove eng แล้วก็ต้องส่งใบจบที่ตึกอธิการ ที่ตอนแรกลืมเอารูปมา  แล้วที่สำคัญต้องเดินทางไปกลับบ้านด้วยตัวเองด้วย โฮๆๆๆๆ ชีวิต
 
 
                     
แต่ถึงแม้จะยุ่งแต่ก็เราก็มีความรู้สึกที่ดีมากเลยหล่ะ อย่างแรกคือ งานเสร็จซะที (ถึงแม้จะมีงานอื่นต่อ)
แล้วก็เรื่องของเพื่อนๆฝูงๆ ที่คู่นึงจะได้ลงเอย ลงหลักปักฐาน ออกเหย้าเฝ้าเรือน สุขโขสโมสร กันไป (จริงๆแล้วก็ยังไม่รู้คำตอบหรอกนะ แต่ก็คิดว่า นั่นแหละหน่า)
 
 
 
 
แต่ผิดกับอีกคู่ที่คงมี เจ็บ ระทม ระบม ขมขื่น  อกหัก รักคุด กันบ้าง แต่ก็ไม่เป็นไรคิดว่าการที่เราได้บอกความรู้สึกของเราออกไป ก็ยังดีกว่ามาเก็บเอาไว้ในใจอยู่คนเดียว(คมซะ)
 
 
จริงอยู่เรื่องที่บอกมาก็ทำให้เราตื่นเต้น แล้วก็ดีใจ แต่ มันยังไม่ถึงที่สุด ยังไม่ถึงpeakค่ะ พี่น้อง ยังค่ะยังไม่ใช่ เรื่องทีทำให้เรารู้สึกว่า โอ้มีความสุขเหลือเกิน  โอ้ พระเจ้าชั้นเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ เนี่ยก็คือออออออออออออ รร.นักสืบคิวเล่มจบออกแล้ว แว้ว แว้วววววววววววววววให้ตายสิไม่เคยตื่นเต้นเท่านี้มาก่อน ตอนเมื่อวานที่รู้ว่าออก ตกใจมาก จนต้องระบายโดยการโทรหาอ้อ ตอนที่มันหลับแล้ว อะไรก็ไม่รู้เนี่ย ทำไมออกเร็วขนาดนี้ไม่ให้คนอ่านพักหายใจกันเลย เรายังอ่านเล่ม21ไม่ครบ15รอบเลยออกเเล้ว โอ้ พระเจ้ามันช่างวิเศษอะไรเช่นนี้ (กรุณาทำเสียงสูง)   พอมาถึงวันนี้ก็ยุ่งอย่างที่บอก กว่าจะได้ซื้อก็เย็นๆแล้วซึ่งตอนนั้นออกมากินข้าวมื้อแรกและจะกลับบ้าน และจะอ่านเลยก้ไม่ได้เพราะการอ่านนักสืบคิวนั้นต้องตั้งใจอ่านมีสมาธิแน่วแน่จะมีเสียง แง้วๆของอ้อมารบกวนไม่ได้เด็ดขาดเพราะพลังสันนิษฐานจะลดลงถึง95% (ถ้าเป็นเสียงคนอื่นอาจไม่ถึงขนาดนี้)จึงต้องเก็บไว้ก่อน  หลังจากนั้นก็ต้องไปเดินซื้อของที่พระราม2 กับอ้อ และแนต และก็เล่นเกมซึ่งก็แน่นอนว่าต้องได้ที่1เช่นเคยตามประสาเซียนเกมตู้
 
 
 
กว่าจะได้อ่านก็ประมาณ4ทุ่ม พอได้อ่านไปซัก2หน้าก็ต้องหยุด ไม่ใช่ ไม่ได้มีมารอะไรหรอก แต่เพราะว่าเราต้องเอาเล่มก่อนหน้ามาอ่านreveiw ซำอีกครั้งเพื่อการเก็บรายละเอียดที่ครบถ้วน (ทำไมหนังสือเรียนไม่อ่านอย่างงี้มั่งนะ) ขนาดที่บ้าน เอาอาหารว่างพื้นๆอย่าง แซลมอนอบเกลือ หรือ ลาซานญ่าคาเวียร์ มาให้กินยังไม่สามารถหันเหความสนใจได้ (สุดท้าย ต้องหาของกินเองทำให้เราได้ค้นพบว่ามีความสามารถพิเศษ สามารถ wave แฮม ให้กรอบเฉพาะตรงขอบได้)
พออ่านจบแล้วรู้สึกคุ้มมากๆ รู้สึกดีกับตอนจบนี้มากๆๆๆๆๆๆๆ รู้สึกเต็มๆล้นๆไงไม่รู้อธิบายไม่ถูกเพราะว่าเป็นการ์ตูนเรื่องยาวเรื่องแรกมั้งที่ติดตามอ่านมาเรี่อยๆจนจบ เพิ่งเคยรู้สึกว่าอ๋อมันรู้สึกอย่างงี้นี่เองนะ ตอนอดทนอ่านเล่ม21ซำอ่ะ แบบว่าอยากอ่านเล่ม22มากๆแต่ว่าพอจะอ่านเล่ม22ก็เกร็งๆไงไม่รู้แบบว่า โหจะได้อ่านเล่มจบแล้วนะเนี่ยจะมีอะไรอยู่บ้างนะไรงี้เฮ้อ อาการหนักจริงๆ คนเรา  จริงๆก้อ่านการ์ตูนเรื่องยาวมาก็เยอะนะ แต่ว่าจะอ่านที่แบบว่าใกล้จบหรือจบแล้วซะส่วนใหญ่เพราะรู้สึกเหมือนกับหลายๆคนว่าขี้เกียจตาม แต่เรื่องนักสืบคิวก็ไม่ได้ตามตั้งแต่แรกหรอกมาเริ่มอ่านประมาณเล่ม4-5แล้วมั้งจำไม่ได้ เพราะว่าเคยอ่านคินดะมาแล้วเลยอ่านเล่มนี้บ้าง แล้วก็มีหยุดช่วงไปประมาณ 2ปีแล้วค่อยกลับมาออกใหม่ตอนนั้น ก็เผาพริกเผาเกลือแช่ง วิบูลย์กิจอยู่บ่อยๆเหมือนกัน แต่ตอนนี้ก็ให้อภัยก็ได้ เป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ที่ถูกใจสุดๆ พิเศษสุดๆ เดี๋ยวกะว่าจะไปซื้อเล่มที่ไม่ได้ซื้อมาเก็บให้หมดเลยนะเนี่ย เรื่องนี้เจ้สังลุยค่ะ อิอิ
 
                                                                                                                            
ps. => ตอนนี้ต้องไปก่อน เพราะต้องไปอ่าน รร.นักสืบคิวรอบที่ 19 ไปล่ะ ชะแว้บบบบบบบบบบบบบบบบบบ
 
PS2 => เครื่องเล่นDVDเกมจาก SONY เหอๆๆๆ
 
                                 
01 February

hello

 
                                                                      
                                                                                                                       
                                               
   ยะฮู้ทุกคน  ได้มีบล๊อกเป็นชิ้นเป็นอันซะทีเย้.........เห็นเพื่อนมีแล้วก็เลยจำเป็นต้องมีบ้างอ่ะค่ะ  เด๋วจะเอาท์ได้กลัวเสียชื่อเสียงอ่ะค่ะ
 
     จิงๆก็จะทำมาตั้งนานแล้วแต่ว่าด้วยภารกิจที่มากล้นทำให้ไม่ค่อยมีเวลา แต่จิงๆตอนนี้ก็ยังยุ่งอยู่นะ แต่เผอิญว่ามีเสียงเรียกร้องเข้ามาล้นหลาม ว่าอยากดูมากๆ เลยทนกระแสไม่ไหวเลยต้องทำค่ะ เพราะการเสียสละเพื่อส่วนรวมนั้นแล้วไซร้เป็นนิสัยของเราอยู่แล้วค่ะ   สมัยหน้าอย่าลืมเลือกเราด้วยนะคะ เบอร์39เป็นซังกุงสูงสุดค่ะ

   เอ่อ ขอโทษทีเผลอหาเสียงอีกแล้ว เพราะต้องซ้อมไว้หน่อยค่ะเพราะหมอลัก ฟันธงว่าจะมีแฟนเป็นนักการเมือง
อะโฮะๆๆๆๆๆๆๆ (หัวเราะโรคจิต)
 
ยังไงก้แล้วแต่เข้ามาอ่านกันบ้างอย่างสม่ำเสมอ   คอมเมนท์กันบ้างพูดถึง สิ่งดีๆ  ของเจ้าของบล๊อกด้วยนะ 
 
ชะแว๊บบบบบบบบ